วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558

พระกริ่งรุ่นแรกครูบาบุญมา วัดศิริชัยนิมิตร

พระกริ่งรุ่นแรกครูบาบุญมา วัดศิริชัยนิมิตร

พระกริ่งครูบาบุญมา วัดศิริชัยนิมิตร ตั้งอยู่บ้านกิ่วแลป่าเป้า เดิมชื่อว่า "วัดศรีทรายมูล" เป็นวัดเก่าแก่ สร้างเมื่อปีพ.ศ.2383 โดยมี "พระ ครูบาใจยา" ร่วมกับสาธุชนก่อสร้างวัดขึ้นบริเวณเนินดิน ซึ่งเกิดจากการที่กระแสลำน้ำไหลหลากลงมาจากเชิงเขาทางทิศเหนือ พัดพาเอาดินทรายมารวมกันจำนวนมากจนมีสภาพเป็นเนินขึ้นมา (กองมูล) และในพื้นที่นั้นยังมีต้นศรีมหาโพธิ์ขึ้น 2 ต้น ท่ามกลางป่าไม้เป้าที่มีอยู่มากมาย เหตุนี้นาม "วัดศรีทรายมูล" จึงหมายถึง วัดที่ถูกสร้างขึ้นบนเนินทรายที่มีต้นศรีมหาโพธิ์อันเป็นมหามงคลนามนั่นเอง

นับเนื่องถึงปัจจุบัน "วัดศิริชัยนิมิตร" มีอายุการก่อสร้างยาวนานถึง 171 ปี ซึ่งมีพระอธิการเจ้าวัดปกครองดูแลมาหลายรูป แต่ปรากฏว่าวัดแห่งนี้ยังไม่มีพระธาตุเจดีย์ไว้สำหรับปฏิบัติศาสนกิจ และสืบทอดพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวต่อไป

ด้วยเหตุดังกล่าว "พระครูโสภณสารคุณ" หรือ "หลวงปู่ครูบาบุญมา ตโมนุโท" เจ้าอาวาสวัดศิริชัยนิมิตร ซึ่งเป็นพระเถระเกจิอาจารย์ที่มีอาวุโสสูงสุดในเขตอำเภอแม่วาง-สันป่าตอง ร่วมกับคณะศิษย์ศรัทธาชาวบ้าน จึงได้มีดำริที่จะจัดสร้าง "พระธาตุเจดีย์" ขึ้น เพื่อเป็นที่สักการบูชาและปฏิบัติศาสนกิจที่จำเป็น



ในมหามงคลวาระดังกล่าวคณะศิษย์ นำโดย พระครูสังวรยติกิจ (พระอาจารย์อินทร จิตตสังวโร) เจ้าอาวาสวัดใหม่หนองหอย ส.จ.สุวิทย์ ชอบใช้ สมาชิกสภาองค์การ บริหารส่วนจังหวัดพิจิตร และ พระธณัฐ สีลสังวโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสและพระอุปัฏฐากของหลวงปู่ครูบาบุญมา จึงได้ขอเมตตาจัดสร้าง "พระกริ่งมหาชัยมงคลรุ่นแรก" ขึ้น เพื่อนำรายได้ทั้งหมดสมทบทุนสร้างพระธาตุเจดีย์ดังกล่าว เพื่อให้แล้วเสร็จลุล่วงสมดังดำริของหลวงปู่ครูบาบุญมา

สำหรับรูปแบบของพระกริ่ง เป็นการถอดพิมพ์มาจากพระกริ่งจักรพรรดิ วัดสุทัศน์ ซึ่งมีองค์พระขนาดใหญ่ ออกแบบใต้ฐานให้มีรูปทรงกลมนูนเหมือนฐานล้มลุก (คล้ายหลวงพ่อเงินเบ้าทุบ) ทำให้พระกริ่งมีขนาดใหญ่ความสูงจากใต้องค์พระถึงยอดประมาณ 4.5 เซนติเมตร ชนวนมวลสารหลักในการจัดสร้างพระกริ่งมหาชัยมงคลคือ แผ่นทองเหลืองบริสุทธิ์ จารพระยันต์ล้านนา ที่หลวงปู่ครูบาบุญมาได้เมตตาจารอักขระด้วยตนเอง และแผ่นพระยันต์ที่หลวงปู่มอบหมายให้พระอาจารย์อินทร และพ่อหนานแก้ว ซึ่งเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิด และเคยรับใช้งานหลวงปู่อยู่เป็นประจำ เป็นผู้ลงอักขระ


มวลสารที่ใช้หล่อพระกริ่งครูบาบุญมา

พระยันต์โบราณล้านนา อาทิ ยันต์ไจยะเบงชร ยันต์อิติปิโสแปดทิศ กระทู้เจ็ดแบก นารายณ์ คอนจักร นารายณ์พลิกแผ่นดิน รวมถึง หัวใจคาถา 108 อาทิ หัวใจสับผิด หัวใจนิ้วมือคำ หัวใจปัดมนต์ดำ หัวใจมหานิยม หัวใจโจร หัวใจผีเบื่อ หัวใจปี หัวใจเดือน หัวใจวัน หัวใจธาตุทั้งสี่ หัวใจพระสูตร หัวใจวิปัสสี หัวใจมนุษย์ หัวใจบุรุษและหัวใจสตรี หล่อหลอมรวมกันกับแผ่นจารของครูบาอาจารย์ล้านนา อาทิ ครูบาอิน วัดฟ้าหลั่ง ครูบาตั๋น สำนักม่อนปู่อิ่น ครูบาดวงดี วัดบ้านฟ่อน ครูบาจันทร์แก้ว วัดศรีสว่าง เป็นต้น เพื่อให้พระกริ่งสมบูรณ์ด้วยพลังพุทธคุณและพุทธาคมอย่างถึงที่สุด

พระกริ่งมหาชัยมงคล ทำพิธีหล่อหลอมชนวนมวลสารนำฤกษ์ ในวัน 9 เป็ง (วันเพ็ญเดือน 9 เหนือ) เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2554 หลวงปู่อ่ำ ธัมมกาโม วัดสันติวรญาณ จ.เพชรบูรณ์ พร้อมพระสงฆ์ 24 รูป สวดพระปริตรอธิษฐานจิต



พิธีเททองหล่อพระกริ่งเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2554 ณ วัดศิริชัยนิมิตร พระเกจิล้านนา นั่งปรกสี่ทิศ พิธีพุทธาภิเษก แบบล้านนา ในคืนวันที่ 27 ส.ค. 2554 โดยพระเกจิล้านนา 9 รูป เจิมเทียนชัยโดย พระธรรมมังคลาจารย์ วัดพระธาตุศรีจอมทอง




เป็นพระกริ่งหายากอีกรุ่นที่แทบจะไม่เห็นในสนามแล้ว รุ่นนี้พิธีดีมวลสารดี จัดสร้างไม่มาก น่าใช้น่าบูชาครับ

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่ครับ http://www.pralanna.com/boardpage.php?topicid=44106

วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2558

สุดยอดพระกริ่งมงคล - พระกริ่งปวเรศ2530

สุดยอดพระกริ่งมงคล - พระกริ่งปวเรศ2530

พระกริ่งปวเรศถือเป็นสุดยอดอันดับหนึ่งพระกริ่งของเมืองไทย ที่นักสะสมพระเครื่องทุกรุ่นทุกสมัยต่างใฝ่ฝันที่จะได้มาครอบครองบูชา หากจะเทียบความหายากก็น่าจะหายากกว่าสมเด็จวัดระฆัง พระเบญจภาคีของเมืองไทยด้วยซ้ำ ส่วนราคาบูชาไม่ต้องพูดถึงครับ มนุษย์เงินเดือนธรรมดาหมดสิทธิ์ได้ครอบครองบูชาอย่างแน่นอน  แต่ยังมีพระรุ่นหลังที่จัดสร้างให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาศครอบครองสิ่งมงคลชุดนี้กับตัวนั่นคือการจัดสร้าง พระกริ่งปวเรศรุ่นสองหรือพระกริ่งปวเรศ 2530 ส่วนรายละเอียดการจัดสร้างนั้นต้องติดตามกันให้ดีครับ

ประวัติการสร้างพระกริ่ง ปวเรศ รุ่น 2 ปี 2530 มีที่มาดังนี้ 


พระกริ่งปวเรศ-พระชัยวัฒน์ 30 ในหลวงทรงพระราชทานและดำเนินงานจัดสร้างและเป็นประธานในพิธีเททองด้วยพระองค์เองครับ พระกริ่งปวเรศ เป็นสมัญญานามของพระกริ่งที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงสร้างขึ้นทราบกันมาว่า ทรงสร้างขึ้นเพื่อประทานแก่เจ้านายที่ทรงค้นเคยสนินสนมและเจ้านายที่ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ มีจำนวนน้อยมาก ไม่เกิน 30 องค์ทรงสร้างด้วยเนื้อนวโลหะ พุทธลักษณะพระกริ่งปวเรศนั้นสันนิษฐานว่าทรงสร้างขึ้นโดยอาศัยเค้าจากพระกริ่งจีนที่นิยมเรียกกันว่า *** พระกริ่งใหญ่ *** ในปัจจุบัน พระองค์ท่านจะทรงสร้างขึ้นในปีใดนั้นปัจจุบันไม่มีผู้ใดทราบ ภายหลังหลวงชำนาญเลขา ( หุ่น ) สมุห์บุญชีในกรมของพระองค์ ได้ขอประทานอนุญาตนำแบบพิมพ์ไปสร้างขึ้นอีกเท่าไรไม่ปรากฏ โดยที่พระกริ่งนี้สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ทรงสร้างขึ้นจึงนิยมเรียกว่า พระกริ่งปวเรศ ในอาณาจักรพระเครื่องนับว่าพระกริ่งปวเรสเป็นพระโลหะที่มีค่านิยมสูงและหายากยิ่งที่จะเสาะแสวงหาไว้สักการะบูชา จึงเป็ฯปูชนียวัตถุที่มีค่าทางพุทธศิลป์และทางจิตใจ กล่าวได้ว่า พระกริ่งปวเรศเป็นพระกริ่งรุ่นแรกที่สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ อีกทั้งยังมีส่วนส่งเสริมให้เกิดความนิยมสร้างพระพุทธปฏิมาในลักษณะเดียวกันนี้ในเวลาต่อมาอย่างแพร่หลาย 

เนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เจริญพระชนมพรรษา 5 รอบนักษัตร ในปี 2530 วัดบวรนิเวศวิหารทรงได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จำลองแบบ พระกริ่ง - พระชัยวัฒน์ ปวเรศ ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองสุภมงคลสมัยและเทิดพระเกียรติในมหามงคลวโรกาสนี้ พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานผงจิตรลดา เพื่อบรรจุในองค์พระกริ่งปวเรศที่สร้างใหม่นี้ทุกองค์ มวลสาร ทองชนวน โลหะต่างๆ และแผ่นยันต์หล่อพระ 



พระกริ่ง - พระชัยวัฒน์ปวเรศ วัดบวรนิเวศวิหาร สร้างขึ้นด้วยเนื้อนวโลหะ ซึ่งประกอบด้วย ทองคำ เงิน ทองแดง สังกะสี ชิน เจ้าน้ำเงิน เหล็กละลายตัวบริสุทธิ์ และปรอทสะตุ ซึ่งนับเป็นโลหะธาตุต่างๆ ที่สำคัญและหายากตามตำรับวิธีการหล่อพระกริ่งแต่โบราณ เมื่อได้อายุตามควรแล้วผิวองค์พระกริ่งจะมีสีดำ ที่นิยมเรียกว่าเนื้อกลับดำ  

ทองชนวนหล่อพระกริ่งปวเรศ 2530 ประกอบด้วย - ทองชนวนพระกริ่งรุ่นเก่าที่สำคัญๆ ของวัดบวรนิเวศวิหาร - ทองชนวนหล่อพระพุทธรูป ภปร. วัดบวรนิเวศ - ทองชนวนหลวงพ่อมงคลบพิตร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ( ที่ยังคงเหลืออยู่ ) - ทองชนวนรุ่นเก่าของวัดสุทัศน์เทพวราราม - ทองชนวนพระกริ่ง พระชัยวัฒน์ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี - ทองชนวนพระกริ่ง พระชัยวัฒน์ ภปร. ที่ระลึก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ - ทองชนวนอื่นๆ ที่ผู้มีจิตศรัทธาบริจาค แผ่นยันต์พระอาจารย์จำนวนมาก

พิธีพุทธาภิเษกพระกริ่งปวเรศขึ้นถึง ๓ ครั้งด้วยกัน คือ


ครั้งที่ ๑ วันเสาร์ที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๒๙ ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร โดยมี  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานในพิธี และสมเด็จพระญาณสังวร เป็นประธานพิธีอธิษฐานจิต มีพระคณาจารย์หลายท่านร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิต 

ครั้งที่ ๒ พิธีวันวิสาขบูชา วันพุธที่ ๒๑ และวันพฤหัสบดีที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๒๙ ณ พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร สมเด็จพระญาณสังวร เป็นประธานในพิธี

ครั้งที่ ๓ พิธีพุทธาภิเษกอย่างเป็นทางการ ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วันอาทิตย์ที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๓๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ทรงเป็นองค์ประธานในพิธี  สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์) วัดราชบพิธฯ ทรงจุดเทียนชัย สมเด็จพระญาณสังวร เป็นประธานพิธีอธิษฐานจิต ร่วมกับพระภาวนาจารย์อีก ๓๖ รูป จากภาคต่างๆ ร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิต

พระกริ่งปวเรศรุ่นสองถือว่าเป็นพระกริ่งที่ทรงคุณค่า เหมาะสมแก่การครอบครองบูชา พระแท้ๆหายากและเก็บไว้มีอนาคตเรื่อยๆราคาบูชาตอนนี้ต้องมีหลักหมื่นกลางๆถึงหลักแสนแล้วแต่ความสมบูรณ์ขององค์พระ การตอกโค๊ต และ กล่องเดิม หากจะหาพระเครื่องดีๆสักองค์ไว้กราบไหว้อาราธนาบูชา พระกริ่งปวเรศรุ่นนี้คุณต้องหามาบูชาให้ได้ครับ